
DELIVERING SUSTAINABLE ENERGY FOR ALL
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้บริการพลังงานที่หลากหลาย ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ประเทศออสเตรเลีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประเทศมองโกเลีย ประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
เรามุ่งมั่นต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UNGC) เพื่อตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียของเรา
สำรวจเว็บไซต์ของเราเพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความทุ่มเทของเราต่อความยั่งยืนและความพยายามอย่างต่อเนื่องในการสร้างผลกระทบเชิงบวก
ภาพรวมของผลการดำเนินงาน
GHG emission intensity reduction
GHG emissions (Scope 1 & 2)
5.8 %
Number of significant cybersecurity incidents
0
Mining Business in 2025
0.371
Waste generation intensity
(กิโลกรัม/ตันถ่านหิน)
Employee engagement score
81 %
Number of work-related fatalities
3

รายงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (“บ้านปู” หรือ “บริษัทฯ”) จัดทำรายงานเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงและโอกาสด้านความยั่งยืนที่อาจส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ ตลอดจนผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ผู้คน และสังคม โดยรายงานฉบับนี้มุ่งตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รายงานทางการเงินเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไป อาทิ นักลงทุน และผู้ให้กู้ รวมถึงการนำเสนอข้อมูลให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนทราบถึงทิศทางการดำเนินงานของบริษัทฯ
ข่าวและกิจกรรม
บ้านปูแนะ 5 ทางรอดกิจการเพื่อสังคม ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจชะลอตัว
ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจทุกระดับ โครงการ Banpu Champions for Change โดย บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) และ สถาบัน ChangeFusion แนะ 5 แนวทางช่วยกิจการเพื่อสังคม หรือ Social Enterprise (SE) ไทยให้ “อยู่รอดและเติบโต” ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมและเศรษฐกิจไทยต่อไปได้
ดูเพิ่มเติมบ้านปู เชื่อมโยง “รัฐ-เอกชน-การศึกษา” เปิดเวทีสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ ในงาน “ดีค้าบ เฟสติวัล” รับ 20 ปีค่ายเพาเวอร์กรีน
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ร่วมกับ คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดงาน “ดีค้าบ เฟสติวัล” (Decarb Festival) ภายใต้แนวคิด “ดีค้าบ – The Decarb Mission” ลดคาร์บอนให้โลกคูลล์ รับปีที่ 20 ของโครงการค่ายเยาวชนวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมเพาเวอร์กรีน (Power Green Camp) หวังปลุกพลังคนรุ่นใหม่ใช้ความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช่วยลดโลกร้อนและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบสร้างสรรค์ (Decarbonization) ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานที่อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 2-3 พฤษภาคม พ.ศ. 2568
ดูเพิ่มเติมบ้านปู ผนึก ม.มหิดล พา 50 เยาวชนลุยภารกิจ “ลดคาร์บอนให้โลกคูลล์” ใน Power Green Camp ครั้งที่ 20 ชูคอนเซ็ปต์ “ดีค้าบ – The Decarb Mission”
บ้านปู ปลื้มยอดเด็กสมัคร “ค่ายเพาเวอร์กรีน” ปีที่ 20 แตะ 500+ คน สะท้อน “คนรุ่นใหม่” มีใจรักษ์สิ่งแวดล้อม – พร้อมมาร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลง
ดูเพิ่มเติมบ้านปู ประกาศผล 3 ผู้ชนะคว้าสุดยอดโมเดลกิจการเพื่อสังคม ชูศักยภาพผู้ประกอบการ ในโครงการ Banpu Campions for Change ปีที่ 13
3 กิจการเพื่อสังคม สร้างอิมแพคให้ชุมชนเติบโตยั่งยืน “สร้างรายได้จากสัตว์เศรษฐกิจ – ฟื้นฟูทะเลด้วยการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ – ภูมิปัญญาผ้าทอกะเหรี่ยงแก้ปัญหาปากท้อง”
ดูเพิ่มเติมบ้านปู ประกาศ 8 กิจการเข้ารอบ Banpu Champions for Change #12
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ และสถาบัน ChangeFusion ประกาศรายชื่อ 8 กิจการเพื่อสังคมที่ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมกระบวนการบ่มเพาะกิจการ ‘ระยะเริ่มต้น’ (Incubation) ภายใต้โครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change: BC4C) รุ่นที่ 12 จากทั้งหมด 61 กิจการที่สมัครเข้ามา โดยทั้ง 8 ทีมจะได้รับการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเข้มข้น พร้อมรับเงินทุนสนับสนุนเบื้องต้น 80,000 บาทต่อทีม เพื่อเริ่มต้นพัฒนาธุรกิจและทดสอบการดำเนินธุรกิจในตลาดจริง ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมุ่งบ่มเพาะและยกระดับศักยภาพกิจการเพื่อสังคม สู่ ‘ผู้นำสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน’ เพื่อร่วมสร้างรากฐานเศรษฐกิจและสังคมที่มั่นคงให้กับประเทศ
ดูเพิ่มเติมบ้านปูรับรางวัลเกียรติคุณ “Sustainability Disclosure Award 2022”
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ โดยนายจิรเมธ อัชชะ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – บริหารและพัฒนาองค์กร (ขวา) เข้ารับมอบรางวัลเกียรติคุณ “Sustainability Disclosure Award” จากนายวรณัฐ เพียรธรรม ผู้อำนวยการสถาบันไทยพัฒน์ (ซ้าย) จากการประกาศรางวัลการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน ประจำปี 2565 ซึ่งจัดโดยสถาบันไทยพัฒน์
ดูเพิ่มเติมBanpu Wins SET Awards 2022’s “Sustainability Awards of Honor”
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) โดยนายจิรเมธ อัชชะ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – บริหารและพัฒนาองค์กร (ขวา) รับมอบรางวัลอันทรงเกียรติ SET Awards 2022 ประเภท Sustainability Awards of Honor ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มรางวัล Sustainability Excellence จาก ดร. ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ซ้าย)
ดูเพิ่มเติมชวนรู้จัก “วิถีประมงพื้นบ้าน” ของแทร่! กับ “คนทะเล” หนึ่งใน 3 กิจการเพื่อสังคม คว้ารางวัลชนะเลิศ BC4C ปีที่ 13 ย้ำแนวคิด “ชุมชนแกร่ง ไทยแกร่ง”
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ร่วมกับ สถาบัน ChangeFusion โชว์ความสำเร็จโครงการ “พลังเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคม” (Banpu Champions for Change: BC4C) ปีที่ 13 ผ่านกิจการ “คนทะเล” หนึ่งใน 3 สุดยอดโมเดลกิจการเพื่อสังคมที่คว้ารางวัลชนะเลิศ หลังใช้ “แพคเกจท่องเที่ยววิถีประมงพื้นบ้าน” เชื่อมโยงเครือข่ายชุมชนคนรุ่นใหม่ เปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยว สัมผัสวิถีประมงพื้นบ้าน พร้อมต่อยอดสร้างบ้านปลาแบบออร์แกนิคที่แรกของไทย ดึงสัตว์น้ำกลับชุมชนมากกว่า 3 เท่า
ดูเพิ่มเติมบ้านปู ฉะเชิงเทรา ผนึก ทช. เปิดตัวโครงการ “ความร่วมมือจัดการขยะทะเลบริเวณปากแม่น้ำบางปะกง” เนื่องในวันมหาสมุทรโลก
นายจิรเมธ อัชชะ ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร – บริหารและพัฒนาองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) (คนที่ 5 จากทางซ้าย) ร่วมกับ นางสาวฉัตรประอร นิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา (คนที่ 6 จากทางซ้าย) และ นางสาวชลาทิพ จันทร์ชมภู ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออก (คนที่ 2 จากทางซ้าย) เปิดตัว “โครงการความร่วมมือในการจัดการขยะทะเล โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในบริเวณปากแม่น้ำ” พื้นที่แม่น้ำบางปะกง ในวันทะเลโลก เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาขยะทะเลอย่างยั่งยืน นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาช่วยในการบริหารจัดการขยะทะเล ลดปริมาณขยะในแม่น้ำบางปะกงให้ได้ 30% ภายในระยะเวลาการดำเนินงานโครงการในปี พ.ศ. 2570 และสร้างมูลค่าเพิ่มจากการบริหารจัดการขยะเพื่อเป็นรายได้ของชุมชน ทั้งหมดนี้เพื่อสนับสนุนแผนแม่บทการจัดการขยะทะเลของประเทศให้เกิดผลสำเร็จ
ดูเพิ่มเติมบ้านปูส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องยานยนต์ไฟฟ้า มอบบอร์ดเกม ‘EV City – ยานยนต์ไฟฟ้ามหานคร’ ให้แก่ 30 สถาบันการศึกษา
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท บ้านปู (จำกัด) มหาชน ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ ได้ส่งมอบบอร์ดเกม “EV City – ยานยนต์ไฟฟ้ามหานคร” ให้แก่ 30 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าให้กับคนรุ่นใหม่ในรูปแบบที่สนุกสนานและสร้างสรรค์ผ่านบอร์ดเกม โดยเกม ‘EV City – ยานยนต์ไฟฟ้ามหานคร’ เป็นการนำผลงานของทีม TU Next นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ชนะการแข่งขันการประกวดบอร์ดเกมในโครงการ “Energy on Board by BANPU B-Sports Thailand 2021” ในหัวข้อ “Driving Thailand’s E-mobility” เดิน(บอร์ด)เกมขับเคลื่อนอนาคตยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย มาพัฒนาต่อยอดร่วมกับบอร์ดเกมไนท์ (Board Game Night) หรือ BGN โดยได้นำเรื่องราวของการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ผู้คนให้ความสนใจ ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบบอร์ดเกมที่สนุกสนานและเข้าใจง่าย
ดูเพิ่มเติมโครงการที่สำคัญ
Pathway Project
โครงการลดการใช้พลังงานจากการขนส่งถ่านหินในอินโดนีเซีย
เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย ในบางครั้งบริษัทฯ จำเป็นต้องผสมถ่านหินของบริษัทฯ กับถ่านหินที่จัดหาจากบุคคลที่สามที่มีค่าความร้อนต่ำ อย่างไรก็ตามถ่านหินประเภทนี้มักก่อให้เกิดการอุดตันภายในระบบสายพานขนส่งถ่านหินโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูฝน ส่งผลให้การลำเลียงถ่านหินต้องหยุดชะงักเพื่อการทำความสะอาด ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาการอุดตันใช้วิธีการฉีดน้ำแรงดันสูงด้วยแรงงานคน ทำให้ขีดความสามารถในการดำเนินการมีข้อจำกัด<br><br>เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน ท่าเรือบอนตังในอินโดนีเซียได้พัฒนานวัตกรรมการติดตั้งระบบปืนอัดอากาศเพื่อเป่าถ่านหินที่สะสมแบบอัตโนมัติ โดยนับตั้งแต่เริ่มดำเนินการในเดือนมีนาคม 2565 มีผลการดำเนินงาน ดังนี้<br>• ลดระยะเวลาในการทำความสะอาดเนื่องจากการอุดตันของถ่านหินลงร้อยละ 80<br>• เพิ่มอัตราการโหลดถ่านหินร้อยละ 5<br>• ลดการใช้พลังงาน 538 เมกะวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ซึ่งส่งผลให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 125 ตัน CO2e ต่อปี<br><br>การใช้ระบบปืนอัดอากาศนับเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ไขความท้าทายในการดำเนินงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในเวลาเดียวกัน
ดูเพิ่มเติมPerformance Project
โครงการรณรงค์สร้างพฤติกรรมความปลอดภัยในจีน
ปี 2566 โรงไฟฟ้าโจวผิงในจีน ดำเนินโครงการ “ความปลอดภัยเป็นความรับผิดชอบของฉัน” หรือ “My Safety My Responsibility” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินโครงการรณรงค์สร้างพฤติกรรมความปลอดภัยโดยการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับ ทั้งนี้หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของโครงการ คือการสังเกตพฤติกรรมของพนักงาน โดยพฤติกรรมของพนักงานจะถูกบันทึกไว้ในรูปแบบรายงานการสังเกตความปลอดภัย โดยมีคำแนะนำเพื่อปรับปรุงเป็นการเฉพาะเจาะจง<br><br>โรงไฟฟ้ามีการวัดประสิทธิภาพของโครงการผ่านการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลในรายงานการสังเกตความปลอดภัย โดยในปี 2566 จำนวนรายงานสังเกตความปลอดภัยที่ได้รับมีทั้งสิ้น 320 ฉบับ ซึ่งสูงกว่าปี 2565 ที่มีเพียง 142 ฉบับ หรือมากขึ้นกว่าเท่าตัว ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าได้ฉลองความสำเร็จโดยให้รางวัลแก่พนักงาน เช่น รางวัลรายงานพฤติกรรมไม่ปลอดภัยดีเด่น รางวัลรายงานการตรวจสอบความปลอดภัยประจำเดือนยอดเยี่ยม รางวัลรายงานการตรวจสอบความปลอดภัยประจำปียอดเยี่ยม และรางวัลทีมความปลอดภัยยอดเยี่ยม
ดูเพิ่มเติมPerformance Project
การประยุกต์ใช้ AI ในธุรกิจการค้าพลังงานในออสเตรเลีย
บริษัทฯ ได้จัดตั้งทีมงานเพื่อพัฒนาการนำ AI มาใช้ปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของธุรกิจซื้อขายพลังงานในออสเตรเลีย รวมถึงความเป็นไปได้ในของการนำแบตเตอรี่มาใช้กักเก็บพลังงานในอนาคต ภายใต้เป้าหมาย 2 ประการ ได้แก่<br><br>• คาดการณ์ราคาขายไฟฟ้า เพื่อประเมินขนาดของแบตเตอรี่ที่จะนำมาใช้กักเก็บพลังงานให้เหมาะสม<br>• ประเมินความผิดปกติของราคาไฟฟ้า เพื่อการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ<br><br>จากการทดลองนำ AI มาใช้กับข้อมูลย้อนหลัง 22 เดือน ทำให้บริษัทฯ มั่นใจในความสามารถของ AI ว่าจะสร้างโอกาสในการสร้างกำไรกว่า 4.6 ล้านเหรียญออสเตรเลีย โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการประเมินการลงทุนในการนำแบตเตอรี่มาใช้งานจริง
ดูเพิ่มเติมPathway Project
โครงการ Pad of the Future
BKV ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสหรัฐฯ ได้ริเริ่มโครงการ Pad of the Future ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของแหล่งก๊าซ NEPA และ Barnett โครงการนี้เริ่มต้นในปี 2564 โดย BKV ลงทุนในเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผ่านยุทธศาสตร์ 4 ด้านหลัก ได้แก่<br>• การเปลี่ยนตัวควบคุมจากเดิมที่ใช้ก๊าซธรรมชาติไปใช้ระบบอัดอากาศ (Pneumatic conversion) ในฐานผลิตที่ใช้ไฟฟ้าเป็นพลังงานหลัก<br><br>• การเปลี่ยนหลุมเจาะเป็นระบบไฟฟ้าในฐานผลิตที่สามารถดำเนินการได้ และเพิ่มการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์<br><br>• การควบรวมฐานการผลิต เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเครื่องจักรในฐานผลิตที่มีอายุการใช้งานยาวนาน<br><br>• การลดการเก็บของเหลวควบแน่นและน้ำมันในฐานผลิตให้น้อยที่สุด โดยการขนส่งของเหลวดังกล่าวไปบริหารจัดการที่สถานีกลาง<br><br>ด้วยเงินลงทุนคาดการณ์ประมาณ 35-40 ล้านเหรียญสหรัฐ BKV คาดว่าจะสามารถดำเนินการปรับปรุงหลุมเจาะมากกว่า 6,000 แห่งแล้วเสร็จ ภายในปี 2568 ทั้งนี้นับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ BKV สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 515,000 ตัน CO2e ในปี 2566 และคาดว่าจะลดได้ถึง 777,000 ตัน CO2e ภายในปี 2568
ดูเพิ่มเติมPathway Project
โครงการ GREENCODE
ITM ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในอินโดนีเซีย ประสบปัญหาด้านความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลการกักเก็บคาร์บอน (Carbon stock data) จากกระบวนการฟื้นฟูพื้นที่เหมือง เนื่องจากการเก็บรวบรวมข้อมูลดำเนินการด้วยคนและขาดมาตรฐานอ้างอิง ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล<br><br>เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ITM ได้ริเริ่มโครงการ GREENCODE ซึ่งเป็นทั้งระบบจัดเก็บข้อมูลการกักเก็บคาร์บอนและระบบแสดงผลข้อมูล ที่ออกแบบมาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำ โครงการนี้เริ่มดำเนินการที่เหมืองเอมบาลุตและเหมืองโจ-ร่ง<br><br>การนำ GREENCODE มาใช้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการติดตามความคืบหน้าของการฟื้นฟูพื้นที่เหมือง นอกจากนี้ยังช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแก่พนักงาน ทั้งนี้จากการดำเนินโครงการ ITM สามารถลดระยะเวลาในการปรับปรุงข้อมูลการกักเก็บคาร์บอน คิดเป็นมูลค่า 36,746 เหรียญสหรัฐต่อปี รวมทั้งยังช่วยลดภาระภาษีคาร์บอนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และทำให้มั่นใจว่าการฟื้นฟูเหมืองเป็นไปตามข้อกำหนดของภาครัฐ
ดูเพิ่มเติมPlanet Project
โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำในจีน
โรงไฟฟ้าโจวผิงต้องเผชิญกับความท้าทายอันเนื่องมาจากการใช้น้ำสำหรับกระบวนการผลิตไอน้ำในปริมาณมาก รวมถึงปัญหาแบคทีเรียในน้ำดิบที่ส่งผลให้ไส้กรองในระบบบำบัดน้ำอุดตัน อันนำมาซึ่งความสามารถในการบําบัดน้ำที่ลดลงถึงร้อยละ 15<br><br>เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว บริษัทฯ ริเริ่มโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำ ซึ่งประกอบด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้สารเคมีและการขยายท่อระบายน้ำออก โดยบริษัทฯ ดำเนินการวิจัยเพื่อค้นหาสารเคมีที่เหมาะสมสำหรับการบําบัดน้ำและระบบบำบัดทางเลือกที่จะสามารถนำมาใช้ทดแทนระบบกำจัดฟลูออไรด์ <br><br>จากการดำเนินโครงการส่งผลให้ประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น<br>· เพิ่มอัตราการฟื้นฟูระบบออสโมซิสย้อนกลับ (RO) จาก 70.5% เป็น 72.5%<br>· ขยายรอบการทำความสะอาดเครื่อง RO จาก 10 วันเป็น 50 วัน<br>· อายุการใช้งานของชิ้นส่วนเมมเบรนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจาก 4 ปีเป็น 8 ปี<br>· ประหยัดน้ำป้อนหม้อไอน้ำได้ประมาณ 56,000 ตัน<br>· ประหยัดต้นทุนการดำเนินงานและการบำรุงรักษา 120,000 เหรียญสหรัฐ และต้นทุนอุปกรณ์กำจัดฟลูออไรด์เพิ่มเติม 370,000 เหรียญสหรัฐ
ดูเพิ่มเติมPlanet Project
การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการถ่านหินในอินโดนีเซีย
การหกรั่วไหลของถ่านหินจากกระบวนการขนถ่ายขึ้นเรือถือเป็นประเด็นสำคัญของท่าเรือขนถ่ายถ่านหินบอนตังในอินโดนีเซีย ที่ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับความสะอาดในพื้นที่ปฏิบัติงานเท่านั้น แต่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมต่อชุมชนโดยรอบ เพื่อรับมือกับประเด็นดังกล่าวบริษัทฯ ได้เริ่มโครงการนำถ่านหินที่หกรั่วไหลกลับมาใช้ใหม่ โดยการผสมถ่านหินที่หกรั่วไหลกลับเข้าไปในกระบวนการขนส่ง<br><br>โครงการนี้เริ่มต้นจากการเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่าการนำถ่านหินที่หกรั่วไหลมาผสมกับถ่านหินเพื่อส่งมอบให้ลูกค้านั้นไม่ส่งกระทบต่อคุณภาพของถ่านหิน ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวช่วยลดปริมาณถ่านหินที่หกรั่วไหลได้ถึง 4,386 ตันต่อปี นอกจากนี้ยังช่วยลดการปล่อยฝุ่นละออง และการปนเปื้อนฝุ่นในดินและน้ำ อันอาจนำมาซึ่งข้อร้องเรียนจากชุมชน โครงการนี้ช่วยเพิ่มรายได้จากถ่านหิน 477,850 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี รวมถึงลดค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการจัดการถ่านหินที่รั่วไหลได้ 15,052 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี
ดูเพิ่มเติมPeople Project
การบริหารจัดการในกรณีเกิดรอยร้าวอันเนื่องมาจากการทรุดตัวของดิน
การทรุดตัวของดินอันเนื่องมาจากการทำเหมืองเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญของการทำเหมืองใต้ดิน เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความเสียหายกับที่อยู่อาศัยหรือสิ่งก่อสร้างในพื้นที่ใกล้เคียงได้ เพื่อลดและป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทฯ ได้ดำเนินการเชิงรุกโดยมีการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบของการทรุดตัวของดิน ประกอบกับจัดทำแผน Point Hatteras Extraction โดยใช้แบบจำลองที่ซับซ้อนเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดรอยร้าวให้เหลือน้อยที่สุด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการติดตั้งสถานีตรวจวัดการเคลื่อนตัวของดินเพื่อเฝ้าระวังเหตุการทรุดตัวของดินว่ายังอยู่ภายใต้ขอบเขตที่ได้รับอนุญาตและไม่เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
ดูเพิ่มเติมPlanet Project
การลดปริมาณของเสียฝังกลบโดยนำกลับมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนในจีน
ในปี 2564 โรงไฟฟ้าพลังความร้อนประสบปัญหาต้นทุนการผลิตเนื่องจากราคาถ่านหินที่สูง เพื่อก้าวข้ามความท้าท้ายที่เกิดขึ้น โรงไฟฟ้าโจวผิงได้มองหาโอกาสการใช้เชื้อเพลิงอื่น ๆ ที่ไม่ใช้ถ่านหินทดแทนในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ซึ่งพบว่าคุณสมบัติและราคาของของเสียอุตสาหกรรมบางชนิด เช่น ถ่านกัมมันต์ (Activated carbon) ในพื้นที่โจวผิงเหมาะสมสำหรับการเผาเพื่อผลิตไฟฟ้า การใช้เชื้อเพลิงทดแทนดังกล่าว ได้ถูกทดลองเพื่อหาประเภทของเสีย ปริมาณ และสัดส่วนที่เหมาะสมสำหรับหม้อต้มน้ำก่อนนำไปดำเนินการจริง และขยายไปสู่หน่วยอื่น ๆ<br><br>จากการขยายผลสู่การดำเนินการในปี 2565 พบว่า สามารถลดปริมาณถ่านกัมมันต์ซึ่งเป็นของเสียที่นำไปฝังกลบ 9,337 ตัน และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าและชุมชน จากการรับประกันความร้อนและการจ่ายไฟในภาวะราคาถ่านหินสูง นอกจากนี้ การใช้เชื้อเพลิงดังกล่าวช่วยลดปริมาณการใช้ถ่านหิน ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถลดค่าใช้จ่ายในการซื้อถ่านหินและมีรายได้จากการขายเถ้าลอยที่เพิ่มขึ้น 5,775,468 เหรียญสหรัฐ
ดูเพิ่มเติมPerformance Project
หลักสูตร BANPU Engaging Leader
In response to insights from the 2014 employee engagement survey, the Company launched the "Banpu Engaging Leader" course in 2015 at the head office in Thailand. The training aims to raise employee engagement levels by enhancing managerial influence. Over the ongoing program of a decade, the program has delivered measurable results, with engagement levels at the head office increasing significantly from 57% in 2016 to 66% in 2024. Building on the success of Banpu Engaging Leader, the initiative evolved into the comprehensive "Banpu Engaging Leader Program," which is now implemented across all business units to ensure a consistent approach to employee engagement company-wide.<br><br>Additionally, the Company introduced the "Leader and Manager as a Coach" program. This initiative standardizes the coaching framework across our global operations, enhancing leadership effectiveness and sustaining high engagement levels throughout the organization.<br>
ดูเพิ่มเติมรางวัลแห่งความยั่งยืน
