ภาพครอบตัด

การบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

การบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นโยบายและความมุ่งมั่นขององค์กร

บริษัทฯ มุ่งมั่นบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศผ่านแนวทางการลดก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจนภายใต้นโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกลยุทธ์ธุรกิจระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 พร้อมกำหนดเป้าหมายและแผนการดำเนินงานระยะกลางเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกกลุ่มธุรกิจ ภายใต้กลยุทธ์ Energy Symphonics บริษัทฯ มุ่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานอย่างสมดุล โดยส่งมอบโซลูชันพลังงานคาร์บอนต่ำควบคู่กับการรักษาความน่าเชื่อถือและความมั่นคงทางพลังงาน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการดำเนินงาน การขยายโอกาสทางธุรกิจคาร์บอนต่ำ และการผนวกปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศเข้าเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการตัดสินใจลงทุน

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ บริหารจัดการด้านการบรรเทาผลกระทบผ่านการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมีคณะกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำหน้าที่กำหนดกลยุทธ์ ติดตามผลการดำเนินงาน และสนับสนุนการบูรณาการทั่วทั้งองค์กร ทั้งนี้ บริษัทฯ กำหนดให้การดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานของประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้บริหารระดับสูงที่เกี่ยวข้อง

บริษัทฯ คำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1, 2 และ 3 ตามมาตรฐาน GHG Protocol โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์การปล่อยที่ได้รับการยอมรับ ภายใต้ขอบเขตการควบคุมการดำเนินงาน ทั้งนี้ เป้าหมาย Net Zero และเป้าหมายระยะกลางของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2 ครอบคลุมก๊าซเรือนกระจกทุกประเภท ได้แก่ CO2, CH4, N2O, SF6 และ HFCs โดยรายงานในรูปแบบปริมาณรวม (Gross) ในหน่วยตัน CO2e โดยไม่รวมการดักจับ การซื้อขายการปล่อย และการหลีกเลี่ยงการปล่อย

บริษัทฯ ได้นำกลไกราคาคาร์บอนภายในองค์กรมาใช้เพื่อผนวกต้นทุนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้ากับการประเมินเชิงกลยุทธ์และทางการเงิน เพื่อเตรียมความพร้อมต่อกฎระเบียบที่เปลี่ยนแปลงและจัดลำดับความสำคัญของการลงทุนคาร์บอนต่ำตามแผนการลดก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้นำแนวทางลำดับขั้นการจัดการผลกระทบมาใช้เป็นกรอบการดำเนินงาน โดยให้ความสำคัญกับการหลีกเลี่ยงการปล่อยที่แหล่งกำเนิด ตามด้วยการลดการปล่อยผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การปรับปรุงกระบวนการ และการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียน ส่วนก๊าซที่ยังเหลืออยู่จะกำจัดผ่านโครงการดักจับ ขณะที่ก๊าซส่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จะชดเชยผ่านโครงการชดเชยคาร์บอนที่มีความน่าเชื่อถือและผ่านการรับรอง

ผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาส

Impact Materiality

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยไม่มีมาตรการลดลงอย่างต่อเนื่องมีส่วนเร่งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ขณะที่การเปลี่ยนผ่านที่ขาดประสิทธิภาพอาจกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานและชะลอการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของสังคมโดยรวม

Financial Materiality

การไม่ดำเนินการเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจนำไปสู่ต้นทุนคาร์บอนที่สูงขึ้น บทลงโทษทางกฎหมาย และความเสียหายต่อชื่อเสียง ซึ่งจะจำกัดความสามารถในการแข่งขันและโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

เส้นทางสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์


บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือน้อยและใกล้เคียงกับศูนย์มากที่สุด โดยได้กำหนด 3 ขั้นตอนที่สำคัญ ได้แก่ การคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกขอบเขต (Scope 1, 2 และ 3) การตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือกระจก และการกลยุทธ์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ชัดเจนเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมาย

Calculating Emissions: To understand our current baseline, Banpu has comprehensively calculated and disclosed Scope 1 and 2 emissions from assets under our operational control. We are currently in the process of estimating Scope 3 emissions, with a commitment to fully calculate and disclose the top three emission sources by 2026.

Setting Target: To align with global efforts to limit global warming to 1.5°C, Banpu has committed to becoming a net zero emissions company by 2050. As part of our interim goal, we commit to reducing GHG emissions by at least 20% by 2030, using 2023 as the base year.

Developing Decarbonization Pathway: บริษัทฯ ดำเนินตามแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีประสิทธิภาพ อันประกอบด้วยการปรับปรุงการดำเนินงาน การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ และการติดตามประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บ้านปูได้ผนวกแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้ากับการประชุมเชิงกลยุทธ์ทางธุรกิจประจำปี รวมถึงมีการกำกับดูแลผ่านคณะกรรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำกับที่ประชุมเป็นประจำทุกไตรมาสอีกด้วย

กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2
บริษัทฯ มีการศึกษากิจกรรมการผลิตที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างละเอียด โดยผลการศึกษาครอบคลุมทั้งก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 1 และ 2

การบริหารจัดการพลังงาน


ด้วยรูปแบบการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่มีความหลากหลาย บ้านปูจึงนำแนวทางการอนุรักษ์พลังงานที่แตกต่างกันมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของแต่ละกลุ่มธุรกิจ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เสริมสร้างเสถียรภาพของการดำเนินงาน และความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว ควบคู่กับการตอบสนองเป้าหมายด้านความยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของบริษัทฯ

ในธุรกิจเหมืองแบบเปิด บริษัทฯ มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงในกระบวนการขุดขนและลำเลียงวัสดุ ผ่านการขยายการใช้ระบบสายพานลำเลียง การปรับปรุงการออกแบบเส้นทางขนส่ง และการทยอยเปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ในขณะที่ธุรกิจเหมืองใต้ดินให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าผ่านการนำระบบอัตโนมัติขั้นสูงมาใช้ ควบคุมระบบระบายอากาศและอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม รวมถึงการบำรุงรักษาเชิงป้องกันอย่างเป็นระบบ สำหรับธุรกิจธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา บริษัทฯ ลดการใช้พลังงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานและบำรุงรักษาผ่านการจัดการระบบโลจิสติกส์และการวางแผนซ่อมบำรุงที่มีประสิทธิภาพ สำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (CHP) มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยรวมด้วยการใช้ประโยชน์จากการผลิตพลังงานร่วมและเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทางเลือก ขณะที่โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (CCGT) เน้นการผลิตไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงและมีความยืดหยุ่น เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ผันผวนอย่างมั่นคง

บริษัทฯ มีการติดตามผลการดำเนินงานโดยใช้ “การใช้พลังงานรวมต่อหน่วยผลิตภัณฑ์” เป็นตัวชี้วัดหลัก โดยในปีที่ผ่านมาธุรกิจเหมืองมีอัตราการใช้พลังงานรวมอยู่ที่ 0.473 กิกะจูลต่อตันถ่านหิน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้เนื่องจากความท้าทายในการดำเนินงาน ซึ่งบริษัทฯ ได้นำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์เพื่อหาแนวทางปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานความร้อนมีการใช้พลังงานรวมอยู่ที่ 2.56 กิกะจูลต่อเมกะวัตต์-ชั่วโมง ซึ่งบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้และสะท้อนให้เห็นถึงการบริหารจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ผลสำเร็จเหล่านี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มธุรกิจ

กลไกราคาคาร์บอนภายในองค์กร


บ้านปูนำกลไกราคาคาร์บอนภายในองค์กร (Internal carbon pricing) มาใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินการลงทุนใหม่ เพื่อให้สามารถระบุและบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างแม่นยำ โดยกำหนดราคาอ้างอิงที่ 1-23 เหรียญสหรัฐต่อตัน CO2e ซึ่งแตกต่างกันตามบริบทของแต่ละพื้นที่ปฏิบัติงาน ราคาดังกล่าวถูกนำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ความอ่อนไหวและการคัดกรองการลงทุน โดยมีการทบทวนราคาเป็นระยะให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาดคาร์บอนโลกและสถานการณ์จำลองด้านสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้การตัดสินใจทางธุรกิจภายใต้ความผันผวนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวเป็นราคาอ้างอิงเพื่อการบริหารจัดการภายในองค์กร มิใช่การคาดการณ์ราคาคาร์บอนเชิงกฎระเบียบในอนาคตแต่อย่างใด

ภาพรวมการดำเนินงานในรอบปี

ในปี 2568 บ้านปูมีความคืบหน้าในการขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้ยกระดับความถูกต้องและความโปร่งใส่ของบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกหน่วยธุรกิจ พร้อมทั้งประกาศเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกใหม่สำหรับช่วงปี 2569–2573 ซึ่งเป็นเป้าหมายที่ท้าทายและสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศระดับโลกและข้อตกลงปารีส

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ ได้พัฒนาแผนการลดก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization Roadmap) ซึ่งกำหนดแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การใช้พลังงานหมุนเวียน และการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ เช่น การดักจับและกักเก็บคาร์บอน (CCS) แผนงานนี้เป็นกรอบแนวทางหลักในการจัดลำดับความสำคัญของการลงทุนและการดำเนินงานที่วัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังวิเคราะห์แนวโน้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้สถานการณ์จำลองเพื่อคาดการณ์ความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังจัดทำคู่มือการบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization Playbook) ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติในการดำเนินมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยธุรกิจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ในปี 2568 บริษัทฯ มีความก้าวหน้าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหน่วยผลิตภัณฑ์อย่างมีนัยสำคัญ โดยธุรกิจเหมืองสามารถลดการปล่อยได้ร้อยละ 22 สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 7 ขณะที่ธุรกิจไฟฟ้าลดได้ร้อยละ 38 จากเป้าหมายร้อยละ 20 ซึ่งสะท้อนถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารจัดการพลังงาน และมาตรการควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ

ผลการดำเนินงาน

เสนอความคิดเห็น