
การบริหารจัดการน้ำ
การบริหารจัดการน้ำ

นโยบายและความมุ่งมั่นขององค์กร
บ้านปูมุ่งมั่นบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างรับผิดชอบในทุกหน่วยธุรกิจ โดยยึดถือนโยบายการจัดการน้ำเป็นกรอบการดำเนินงานในการระบุ ประเมิน และพัฒนาการบริหารจัดการประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพึ่งพา ผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาสที่เกี่ยวข้องกับน้ำอย่างต่อเนื่อง ภายใต้มาตรฐานที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล บริษัทฯ มุ่งลดผลกระทบต่อคุณภาพและความเพียงพอของทรัพยากรน้ำผ่านการใช้เทคโนโลยีบำบัดที่เหมาะสม ระบบติดตามตรวจวัดที่เป็นไปตามข้อกำหนด และมาตรการอนุรักษ์น้ำเชิงรุก พร้อมเสริมสร้างประสิทธิภาพการใช้น้ำตามแนวคิดลำดับขั้นของการจัดการ ได้แก่ การลดการใช้ การนำกลับมาใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ ผ่านการลงทุนในเทคโนโลยี การปรับปรุงกระบวนการผลิต และการจัดทำบัญชีน้ำที่ครอบคลุม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงาน ชุมชน หน่วยงานกำกับดูแล และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับการจัดการทรัพยากรน้ำร่วมกัน และสนับสนุนนโยบายสาธารณะด้านน้ำให้เกิดประสิทธิผล
ผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาส
Financial Materiality
การบริหารจัดการน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพอาจทำให้บริษัทฯ เผชิญความเสี่ยงจากการหยุดดำเนินงานเนื่องจากภาวะขาดแคลนน้ำ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ค่าปรับทางกฎหมาย ความขัดแย้งกับชุมชนท้องถิ่น และผลกระทบต่อชื่อเสียง
Impact Materiality
การบริหารจัดการน้ำที่ขาดประสิทธิภาพอาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลนน้ำ การปนเปื้อนของแหล่งน้ำในท้องถิ่น ความเสียหายต่อระบบนิเวศ ตลอดจนกระทบต่อสุขภาพและวิถีชีวิตของชุมชน
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทฯ มีกรอบการบริหารจัดการน้ำที่เป็นระบบบนพื้นฐานการบริหารความเสี่ยงภายใต้มาตรฐานการจัดการน้ำ โดยมีระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนกลางที่ติดตามการดึงน้ำมาใช้ การใช้น้ำ การนำกลับมาใช้ซ้ำ การนำกลับมาใช้ใหม่ และการระบายน้ำทิ้งอย่างเป็นระบบ เพื่อให้สามารถจัดทำสมดุลน้ำได้อย่างถูกต้องทั้งในระดับหน่วยธุรกิจและระดับกลุ่มธุรกิจ ซึ่งช่วยให้บริษัทฯ สามารถระบุและบรรเทาผลกระทบด้านน้ำได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการประเมินการพึ่งพา ผลกระทบ ความเสี่ยง และโอกาสที่เกี่ยวข้องกับน้ำเป็นประจำทุกปี เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการจัดทำแผนการบริหารจัดการน้ำเฉพาะพื้นที่และจัดลำดับความสำคัญของการโครงการลงทุนในแต่ละพื้นที่
แผนการบริหารจัดการน้ำในแต่ละหน่วยธุรกิจออกแบบให้สอดคล้องกับลำดับขั้นการจัดการน้ำ และครอบคลุมทุกช่วงของวัฏจักรน้ำ โดยมีการกำหนดเกณฑ์คุณภาพและปริมาณน้ำทิ้งที่เหมาะสม เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดและป้องกันผลกระทบต่อแหล่งน้ำและระบบนิเวศ นอกจากนี้ บริษัทฯ ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ผู้ใช้น้ำ ชุมชน พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ในการส่งเสริมการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับลุ่มน้ำ รวมถึงสนับสนุนการจัดการทรัพยากรน้ำร่วมกันอย่างรับผิดชอบ
บริษัทฯ ติดตามประสิทธิผลของการดำเนินงานด้านการจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง และสื่อสารโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำให้พนักงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้และการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ความพยายามดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการควบคุมการดำเนินงาน การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ และการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนทั่วทั้งองค์กร
Water-Related Risk Management
บริษัทฯ ดำเนินการประเมินความเสี่ยงและผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำเป็นประจำทุกปีครอบคลุมทุกพื้นที่ที่บริษัทดำเนินการ โดยวิเคราะห์ปัจจัยทั้งในด้านปริมาณ คุณภาพ และความเพียงพอของน้ำ ภายใต้สถานการณ์จำลองด้านสภาพภูมิอากาศและการดำเนินงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทั้งนี้ บริษัทฯ ใช้เครื่องมือที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ได้แก่ World Resources Institute (WRI) Aqueduct การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรฐาน ISO 14046 ว่าด้วยการประเมินวอเตอร์ฟุตพริ้นท์ เพื่อให้การระบุความเสี่ยงและผลกระทบที่เกี่ยวข้องมีความโปร่งใส และสามารถเปรียบเทียบได้
เพื่อเสริมสร้างการกำกับดูแลทรัพยากรน้ำในระยะยาว บริษัทฯ ได้นำการวิเคราะห์สถานการณ์และแบบจำลองด้านน้ำมาใช้ในการประเมินพฤติกรรมของน้ำใต้ดิน สมดุลน้ำในระดับพื้นที่ และความเสี่ยงในการขาดแคลนน้ำที่อาจเกิดขึ้น โดยแบบจำลองด้านน้ำและผลการประเมินทั้งหมดได้รับการทวนสอบโดยฝ่ายบริหารเป็นประจำทุกปี เพื่อคงมาตรฐานการกำกับดูแลที่เข้มแข็ง รักษาความถูกต้องของข้อมูล และขับเคลื่อนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านน้ำ

ภาพรวมการดำเนินงานในรอบปี
ในปี 2568 บริษัทฯ กำหนดเป้าหมายการบริหารจัดการน้ำสำหรับช่วงปี 2569-2573 เพื่อมุ่งเน้นการลดปริมาณการใช้น้ำ โดยมีการติดตามผลผ่านตัวชี้วัดผลการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการและมาตรการเฉพาะพื้นที่ให้สอดคล้องกับแผนการจัดการน้ำและการระบายน้ำทิ้งที่ได้รับอนุมัติ ซึ่งรวมถึงการจัดทำแผนการจัดการน้ำเฉพาะพื้นที่และแผนการตอบสนองต่อเหตุการณ์ (Trigger Action Response Plans: TARPs) สำหรับการระบายน้ำจากเหมืองใต้ดินทุกแห่งในออสเตรเลีย
การใช้น้ำต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ของธุรกิจเหมืองลดลงร้อยละ 7.5 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายรายปีได้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการสูญเสียน้ำจากการระเหยที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่เหมือง เพื่อแก้ไขประเด็นดังกล่าว บริษัทฯ จะปรับปรุงสมมติฐาน เพิ่มประสิทธิภาพระบบการตรวจติดตามน้ำ และดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำในจุดที่มีนัยสำคัญ เพื่อยกระดับผลการดำเนินงานและสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายในอนาคต สำหรับธุรกิจไฟฟ้าพลังงานความร้อน บริษัทฯ สามารถบรรลุเป้าหมายการใช้น้ำต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ ต่อยอดจากความสำเร็จดังกล่าว บริษัทฯ ยังคงมุ่งแสวงหาโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง
